อัตราต่อรองบอลคืออะไร อ่านราคาบอล 0.5 และ 0.5-1 ให้เป็น
อัตราต่อรองบอล หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ราคาบอล” คือตัวเลขที่บอกว่าทีมไหนเป็นต่อ ต่อกี่ลูก และถ้าแทงถูกจะได้เงินคืนเท่าไร บทความนี้อธิบายราคาที่เจอบ่อย เช่น ราคาบอล 0.5 และราคาบอล 0.5-1 พร้อมตัวอย่างการคำนวณ เพื่อให้อ่านราคาได้เองโดยไม่ต้องเดา
ราคาต่อรอง (แฮนดิแคป) คืออะไร
เมื่อสองทีมฝีมือไม่เท่ากัน การแทงแค่ “ใครชนะ” จะไม่สมดุล จึงมีการให้ทีมที่เก่งกว่า (ทีมต่อ) เสียประตูล่วงหน้า ให้ทีมที่เป็นรอง (ทีมรอง) ตามจำนวนที่กำหนด แล้วนำผลจริงมาหักลบ ระบบนี้เรียกว่าแฮนดิแคปแบบเอเชีย (Asian Handicap) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันมากในไทย
ตัวอย่าง: ทีม A ต่อทีม B 1 ลูก ถ้าจบเกม A ชนะ 2-0 เมื่อหัก 1 ลูกแล้ว A ยังชนะ 1 ลูก คนที่เลือก A ชนะ แต่ถ้า A ชนะแค่ 1-0 หักแล้วเท่ากับเสมอ ได้เงินคืนเต็มจำนวน
ตารางเรียกชื่อราคาบอลที่ใช้บ่อย
| ตัวเลข | ชื่อเรียก | ความหมายแบบสั้น |
|---|---|---|
| 0 | เสมอ | ไม่มีใครต่อ ถ้าเสมอได้เงินคืน |
| 0.25 (0-0.5) | เสมอควบครึ่ง | แบ่งเงินครึ่งหนึ่งไปที่ราคา 0 อีกครึ่งไปที่ 0.5 |
| 0.5 | ครึ่งลูก | ทีมต่อต้องชนะ ไม่มีคืนเงิน |
| 0.75 (0.5-1) | ครึ่งควบลูก | ถ้าทีมต่อชนะ 1 ลูก ได้ครึ่งเดียว |
| 1 | หนึ่งลูก | ทีมต่อชนะ 1 ลูก ได้เงินคืน |
| 1.25 (1-1.5) | ลูกควบลูกครึ่ง | ทีมต่อชนะ 1 ลูก เสียครึ่ง |
| 1.5 | ลูกครึ่ง | ทีมต่อต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไป |
| 1.75 (1.5-2) | ลูกครึ่งควบสองลูก | ทีมต่อชนะ 2 ลูก ได้ครึ่ง |
| 2 | สองลูก | ทีมต่อชนะ 2 ลูก ได้เงินคืน |
หลักจำง่าย ๆ: ราคาที่เป็น .25 หรือ .75 คือ “ราคาควบ” เงินเดิมพันจะถูกแบ่งครึ่งไปเล่นสองราคาที่อยู่ติดกัน ผลจึงออกมาเป็น “ได้ครึ่ง” หรือ “เสียครึ่ง” ได้
ราคาบอล 0.5 คืออะไร
ราคาบอล 0.5 หรือ “ครึ่งลูก” หมายถึงทีมต่อเสียประตูล่วงหน้าครึ่งลูก เนื่องจากประตูจริงไม่มีครึ่งลูก ผลจึงไม่มีทางเสมอ:
- เลือกทีมต่อ: ทีมต่อชนะกี่ลูกก็ตาม ได้เต็ม ถ้าเสมอหรือแพ้ เสียเต็ม
- เลือกทีมรอง: ทีมรองเสมอหรือชนะ ได้เต็ม ถ้าแพ้ เสียเต็ม
พูดง่าย ๆ ราคา 0.5 ก็คือการแทงว่าทีมต่อ “ชนะหรือไม่ชนะ” นั่นเอง
ราคาบอล 0.5-1 คืออะไร
ราคาบอล 0.5-1 (บางที่เขียน 0.75) เรียกว่า “ครึ่งควบลูก” เงินเดิมพันครึ่งหนึ่งไปอยู่ที่ราคา 0.5 อีกครึ่งไปอยู่ที่ราคา 1 สมมติแทง 1,000 บาท:
| ผลการแข่งขัน | เลือกทีมต่อ | เลือกทีมรอง |
|---|---|---|
| ทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป | ได้เต็ม | เสียเต็ม |
| ทีมต่อชนะ 1 ลูก | ได้ครึ่ง (500 ที่ราคา 0.5 ชนะ, 500 ที่ราคา 1 คืนทุน) | เสียครึ่ง |
| เสมอ | เสียเต็ม | ได้เต็ม |
| ทีมต่อแพ้ | เสียเต็ม | ได้เต็ม |
ราคาบอล 1, 1.5 และ 2 คืออะไร
หลักเดียวกันใช้กับราคาที่สูงขึ้น ดูว่าทีมต่อชนะกี่ลูก แล้วหักลบด้วยตัวเลขต่อรอง
| ราคา | ทีมต่อชนะ 1 ลูก | ทีมต่อชนะ 2 ลูก | ทีมต่อชนะ 3 ลูกขึ้นไป |
|---|---|---|---|
| 1 (หนึ่งลูก) | คืนทุน | ทีมต่อได้เต็ม | ทีมต่อได้เต็ม |
| 1.5 (ลูกครึ่ง) | ทีมรองได้เต็ม | ทีมต่อได้เต็ม | ทีมต่อได้เต็ม |
| 2 (สองลูก) | ทีมรองได้เต็ม | คืนทุน | ทีมต่อได้เต็ม |
ถ้าเกมจบเสมอหรือทีมต่อแพ้ ในทุกราคาข้างบน ฝั่งที่เลือกทีมรองได้เต็ม
ค่าน้ำ และวิธีคำนวณเงินที่ได้
นอกจากตัวเลขต่อรอง ราคาบอลจะมี “ค่าน้ำ” ติดมาด้วย ซึ่งบอกว่าถ้าชนะจะได้กำไรเท่าไรต่อเงินเดิมพัน รูปแบบที่เจอบ่อยมี 3 แบบ:
- ราคาฮ่องกง เช่น 0.90 แทง 100 ชนะได้กำไร 90 (รับคืนรวม 190) แพ้เสีย 100
- ราคามาเลย์ ถ้าเป็นบวก เช่น 0.90 อ่านเหมือนฮ่องกง ถ้าเป็นลบ เช่น -0.85 หมายถึงวาง 85 เพื่อลุ้นกำไร 100 ถ้าแพ้เสียแค่ 85
- ราคายุโรป (ทศนิยม) เช่น 1.90 แทง 100 ชนะรับคืนรวม 190 (รวมทุนแล้ว)
ตัวอย่างคำนวณ: แทงทีมต่อราคา 0.5-1 ค่าน้ำฮ่องกง 0.95 จำนวน 1,000 บาท แล้วทีมต่อชนะ 1 ลูก ส่วน 500 ที่ราคา 0.5 ชนะ ได้กำไร 500 × 0.95 = 475 บาท ส่วนอีก 500 คืนทุน รวมกำไร 475 บาท
ค่าน้ำและรูปแบบราคาที่แสดงขึ้นกับระบบของผู้ให้บริการแต่ละราย ควรตรวจสอบรูปแบบราคาในหน้าเดิมพันทุกครั้งก่อนยืนยัน
สรุป
อ่านราคาบอลให้เป็นมี 2 ส่วน คือ ตัวเลขต่อรอง (ใครต่อ ต่อกี่ลูก) และค่าน้ำ (ชนะแล้วได้เท่าไร) ราคาควบ .25 และ .75 จะแบ่งเงินครึ่งหนึ่งไปสองราคา ส่วนรูปแบบการแทงอื่น ๆ อ่านต่อได้ที่ แทงบอลสูงต่ำคืออะไร และ แทงบอล 1×2 คืออะไร
